เจมี่ คาร์ราเกอร์ ชี้ สองทีมใหญ่ส่อหลุดโผแชมป์

ไม่เชื่อก็จะต้องเชื่อ สำหรับเหตุการณ์พรีเมียร์ลีกในปี2018นี้ ที่ธรรมดาแล้วกระแสชอบจ้องไปที่การแย่งแชมป์ของบรรดากลุ่มระดับท็อป

ทว่า กระแสที่ได้รับการพูดถึงกันมากมายอย่างยิ่งมันก็คือเหตุการณ์ของกลุ่มแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่มีอีกทั้งบรรดาสาวกรวมทั้งผู้ติดตามต่างๆพากันเสนอความเห็นกันมากไม่น้อยเลยทีเดียวในแต่ละด้านหลากประเด็น และก็มีอีกทั้งบรรดากองแช่งหรือสาวกกลุ่มคู่รักคู่แค้นต่างๆที่วิจารณ์กันอย่างล้นหลาม
ซึ่งปัจจุบัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ สมัยก่อน นักฟุตบอลผู้ดัง เป็นอีกรายที่ออกมาวิพากษ์ทรรศนะ ถึงความน่าจะเป็นไปได้ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เว้นแต่คงจะได้โอกาสวืดแชมป์สูงแล้วยังจะได้โอกาสหลุดออกมาจาก โผ4กลุ่มท็อปแถวบนของตารางอีกด้วย ซึ่งทรรศนะของ เจมี คาร์ราเกอร์นั้น ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ข้อคิดเห็นหนึ่งของผู้เคยผ่านประสบการณ์การเล่นบอลแต่เพียงเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นมุมพินิจพิจารณาเจาะลึกของเขายังมีดีกรีเป็นผู้พินิจพิจารณาประจำสื่อมีชื่อเสียงของอังกฤษ สำนักสกายสปอร์ตส์ อีกด้วย
ซึ่งเหตผลอ้างอิงนั้นเต็มไปด้วยการคาดการณ์ทางสถิติรวมทั้งความน่าจะเป็น จากฟอร์มการขับเขยื้อนของกลุ่มแมนยูเอง ที่ภายหลังจากผ่านตอนการแข่ง 6 นัด แต่เก็บแต้มชนะไปได้เพียง สามนัดหมายเพียงแค่นั้น และก็ในบรรดาผลที่เกิดจากการแข่งขัน6ครั้งแรก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยังพึ่งจะพบกับกลุ่มสายแข็งไปเพียงแต่กลุ่มเดียวอย่างท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ยังไม่ใช่ที่สุดของตารางอีกด้วย ทั้งยังท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์เองนั้นช่วงหลังก็เริ่มมีสะดุดนิดๆอีกด้วย ซึ่งการเสียแต้มให้กับกลุ่มรองอื่นๆที่นับว่าเป็นบรรดากลุ่มที่ได้โอกาสจะได้แต้มนั้น นอกเหนือจากการที่จะเป็นการเสียเปล่าช่องทางแล้ว ยังคือนัดหมายที่เหลือจะพบงานยากยิ่งอีกด้วย
นอกจากนั้นทาง เจมี่ คาร์ราเกอร์ยังได้มีความเห็นถึงทีมปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ด้วยอีกครั้งม ว่าส่อจะอยู่ในกลุ่มหลุดโผแถวหน้าด้วยเหมือนกัน
เพราะเหตุว่าอาเซน่อลเองนั้นก็ แพ้ไปใน 2 ครั้งแรกของลีกซึ่งแม้ว่าจะมีอัตราที่น้อยกว่าแมนยูแต่ว่าโน่นมีผลเสียถ้าคิดจะวาดวิมานในอากาศถึงถ้วยแชมป์ แต่ว่าแม้กระนั้นความปราชัยของอาร์เซน่อลยังเป็นการแพ้ให้กับกลุ่มดีกรีสูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วก็ เชลซี ซึ่งโน่นยังหมายความว่าพวกเขายังได้โอกาสที่จะเก็บแต้มกับกลุ่มคลาสรองได้อยู่แล้วก็ยังมีวิถีทางความน่าจะเป็นที่จะผงาดกลับมาได้ ซึ่งอาเซน่อลนั้นอยู่ในขั้นส่อน้อชูว่า แม้กระนั้นสำหรับแมนยูนั้น อยู่ในขั้นเหตุการณ์วิกฤติอย่างยิ่งจริงๆ เพราะว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มุมมองนานาประการล้วนพากันคิดว่า ความแพ้พ่ายของพวกเขาไม่ใช่เป็นผลมาจากการเล่นขาดตกบกพร่องหรือมีจุดบกพร่องโดยบังเอิญ แต่ภาพรวมนั้นชี้ได้ถึงความรู้สึกของพลังการเล่นที่ด้อยกว่ากลุ่มอื่นอยู่จริงๆ มีปัญหาที่น่าห่วงถึงเรื่องในขั้นองค์ประกอบและก็ทรัพยากรนักฟุตบอลของกลุ่ม ที่เกือบจะจำต้องรื้อถอนระบบครั้งใหญ่ รวมทั้งจะต้องรีบปูทางในแนวทางใหม่ รวมทั้งมันเป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มใหญ่หลายทีมเคยพบเห็น ซึ่งวันที่แมนยูจึงควรพิสูจน์การบากบั่นก็มาถึงแล้ว